Digital HR

วันนี้โลกของ “Digital” กำลังเข้าไปมีบทบาทในชีวิตเราเกือบทุกคนบนโลกนี้  อะไร ๆ ก็เปลี่ยน เทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ ข่าวสารข้อมูลที่เข้าถึงทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ไอเดียใหม่ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน จากคนทุกคนที่เป็นนักคิด นักค้นคว้า ยุคที่ธุรกิจเก่าต้องมีการปรับเปลี่ยน และธุรกิจใหม่กำลังจะเข้ามาแย่งชิงพื้นที่ในองค์กร ยุคนี้ คือยุคที่เรียกว่า Digital Transformation  การทำงานของนักทรัพยากรมนุษย์ หรือ HR ก็ทำในรูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว ต้องปรับตัวให้เป็นรูปแบบดิจิทัล Digital HR
ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด แต่ทั้ง ๆ ที่เรามีเทคโนโลยีมาช่วยการทำงานมากขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้เรื่องการบริหารคนหายไปไหน ดังนั้นไม่ว่าจะมีอะไรใหม่แค่ไหน สิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญคือการบริหารทรัพยากรบุคคลให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นที่รู้กันว่าองค์กรไม่สามารถอยู่ได้ถ้าเราไม่มีลูกค้าจึงต้องทำให้ลูกค้าพอใจ แต่ความพอใจของลูกค้าไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าขาดฟันเฟืองสำคัญ คือ Employee Experience ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลขององค์กรต้องทำหน้าที่เป็นทูตขององค์กร ที่ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่พนักงาน ซึ่งเปรียบเสมือนลูกค้าภายในองค์กร โดยเรื่องนี้จะเป็นเทรนด์ที่องค์กรหันมาให้ความสนใจมากขึ้น
แรงงานในยุคสมัยใหม่กำลังมองหาสถานที่ทำงานที่ปฏิบัติกับพนักงานราวกับลูกค้า  พนักงานทั้งหลายต้องการความเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสามารถบริหารจัดการจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ผลการสำรวจทั่วโลกเร็วๆ นี้รายงานว่าการสร้างความพร้อมแรงงานแบบดิจิทัล (Digital Workforce Enablement) ได้เพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงานสูงขึ้นถึง 64%  ดังนั้นกลุ่มที่เราต้องให้ความสนใจในขณะนี้คือ กลุ่ม Millennial หรือ Gen Y เพราะคนกลุ่มนี้จะเป็นแรงงานที่สำคัญต่อไปภายในปี 2020   เนื่องจากกลุ่มนี้จะมีความชำนาญเป็น digital native  เป็นคนที่ชอบทำงานเป็นทีม ชอบความยืดหยุ่น ชอบอะไรที่ไม่ต้องมี hierarchy เยอะ ชอบให้ผู้อื่น inform ชอบหาข้อมูล และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ใหญ่  ไม่ชอบกฎระเบียบบริษัท ชอบเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา leadership ดังนั้นถ้ามีคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วมาแชร์ความคิดให้ฟัง  กลุ่มนี้จะชอบ ในขณะที่ Gen X ไม่ชอบ เนื่องจากคน Gen X โตหรือประสบความสำเร็จด้วยลำแข้งตัวเอง Gen Y มีความคิดที่อิสระและเป็นของตัวเอง กล้าคิด กล้าทำ มากขึ้น เมื่อชอบแสดงความคิดเห็นของตัว จึงใช้โอกาสของ Technology หรือ Social Media ในการแสดงคามคิดเห็นของตัวเองให้ทุกคนรู้
ดังนั้น HR ในยุคดิจิทัล ต้องปรับเปลี่ยนองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้าง ระบบการทำงาน วัฒนธรรม  เวลาเข้างาน วันหยุด สวัสดิการ วิถีชีวิตของการทำงานกับที่บ้านต้องสอดคล้องกัน  หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง
เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูล ทำให้ความสัมพันธ์ (Relation) เปลี่ยนไป ลูกน้องสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น มีความรู้มากขึ้น แชร์ความรู้มากขึ้น  จึงทำให้คนพัฒนามากขึ้น  ดังนั้นลูกน้องจะเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการตัดสินใจมากขึ้น
Digital HR จะเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันของสงครามแย่งชิงตัวคนเก่ง: การเสนอคุณค่าให้แก่พนักงานผ่านช่องทางดิจิทัลช่วยให้องค์กรสามารถดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถและมีคุณภาพสูง ปัจจุบันนี้สัดส่วนที่สูงมากของพนักงานในอนาคตได้ใช้ช่องทางดิจิทัลต่างๆ เช่น ลิงก์อิน ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค ฯลฯ สำหรับการค้นหาตำแหน่งงาน บริษัทต่างๆ จำนวน 71 % รายงานว่าการค้นหาพนักงานผ่านเครื่องมือโซเชียลเหล่านี้ก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้น
ขณะที่คนในยุค Gen  Y ก้าวเข้าสู่แรงงาน แนวคิดของสถานที่ทำงานกำลังกลายเป็นเรื่องซ้ำซาก การทำงานและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันส่วนมากเกิดขึ้นในโลกโซเชียลโดยแท้จริง  Digital HR จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในสถานที่ทำงานดิจิทัลร่วมสมัยได้

Source: www.facebook.com/PrachachatOnline
https://positioningmag.com/category/people

ชื่อ-สกุล          : อาจารย์ ณัชญ์ศมน  จิรังวรพจน์
ตำแหน่ง          : อาจารย์สาขาวิชาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ
สังกัด             : วิทบาลัยนานาชาติดิษยะศริน
เบอร์โทร          : 074-200-300 ext. 257
E-Mail           : natsamol_j@hu.ac.th
ความเชี่ยวชาญ : การจัดการทรัพยากรมนุษย์/การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์